LPN ประเมินภาพรวมตลาดอสังหาฯ ช่วงครึ่งแรกปี 2569 ยังอยู่ในช่วง “ปรับสมดุล” หลังเผชิญความผันผวนจากสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบกำลังซื้อที่ยังไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เต็มที่ ชี้ปัจจัยหลักจากภาระหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ทิศทางความต้องการอยู่อาศัยของลูกค้าไม่ได้ลดลง แต่เป็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัยมากขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงผลักดันในกลุ่มตลาดเช่ากลับเติบโต ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ในช่วงที่ยังไม่พร้อมเป็นเจ้าของเอง
นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ จะชะลอตัว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่ ‘ความต้องการอยู่อาศัย’ ที่ลดลง หากเป็นพฤติกรรมของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ทำให้การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานกว่าเดิม และหันมาเลือกทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
“ความต้องการอยู่อาศัยไม่ได้หายไป แต่ลูกค้ากำลังเลือกจังหวะที่เหมาะสมในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการย้ายงาน การทำงานแบบ Hybrid หรือการเลือกที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน ด้วยเหตุนี้ ตลาดเช่าจึงเติบโตขึ้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ยังไม่พร้อมซื้อมากกว่าจะเป็นการทดแทนการซื้อที่อยู่อาศัย” นางสาวดารณี กล่าว

สำหรับในปัจจุบันตลาดอสังหาฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านปริมาณไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพและความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น ซึ่งไม่ได้พิจารณาเพียงราคาแต่ให้ความสำคัญกับทำเล คุณภาพโครงการ ความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงความคุ้มค่าในการอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่ง LPN มองว่าแนวโน้มดังกล่าวทำให้โครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลซึ่งมีความต้องการอยู่อาศัยจริงโดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แหล่งงาน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ศูนย์กลางธุรกิจ และระบบขนส่งมวลชน ยังคงมีศักยภาพทั้งในตลาดซื้อและตลาดเช่า โดยโครงการของ LPN ที่อยู่บนทำเลดังกล่าวยังสามารถรักษาอัตราการเข้าพักในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดจากโครงการ EARN by LPN ย่านนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีอัตราการเข้าพักมากกว่า 90 % ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6.5 % ขณะที่โครงการ ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต – คลอง 1 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และแหล่งงานสำคัญ ปัจจุบันมียูนิตในระบบเช่ามากกว่า 2,000 ยูนิต อัตราการเข้าพักมากกว่า 95 % และผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ยที่ 7.5 % สะท้อนให้เห็นว่าหากเป็นทำเลที่มี Real Demand จะยังคงสร้างความต้องการอยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดซื้อขายอาจจะชะลอตัวไปบ้าง
นอกจากนี้ ทำเลในย่านฝั่งธนบุรี อย่างโครงการลุมพินี วิลล์ จรัญ – ไฟฉาย และโครงการเพลส 168 ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริงจากหลายกลุ่ม ทั้งคนทำงาน บุคลากรทางการแพทย์ และนักศึกษา ในปัจจุบันภาพรวมของการปล่อยเช่าโครงการของ LPN ในโซนปิ่นเกล้า มีอัตราการเข้าพัก 80 % ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ยที่ประมาณ 6.5 – 7 % อัตราค่าเช่าเฉลี่ยต่อเดือน 12,000 – 13,000 บาท
นางสาวดารณี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของพฤติกรรมนักลงทุนปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต จากที่เคยมุ่งหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) มาให้ความสำคัญกับการสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) และผลตอบแทนจากการปล่อยเช่ามากขึ้น สามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอ รักษามูลค่าได้ในระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรจากการปรับขึ้นของราคาเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น ในมุมของผู้ประกอบการมองว่า ในปี 2569 ยังคงต้องเร่งปรับตัวบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ พัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ ออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลาย และให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพมากกว่าการขยายโครงการในเชิงปริมาณ เพราะความสำเร็จของธุรกิจอสังหาฯ จากนี้ไปอาจจะไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสะท้อนผ่านคุณภาพของการอยู่อาศัย ความสามารถในการรักษาผู้อยู่อาศัยในระยะยาว เพราะไม่ว่าลูกค้าจะเลือกซื้อหรือเช่า สิ่งที่ทุกคนมองหาเหมือนกันคือที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้จริง

