แม้โลกจะเปิดกว้างมากขึ้น แต่ผลสำรวจจาก Booking.com เผยว่าผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ยังคงต้องปกปิดตัวตนของพวกเขาเมื่อเดินทาง

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม 2569 กรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์จะจัดงาน WorldPride 2026 ตลอดแนวคลองอัมสเตอร์ดัมซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของกฎหมายสมรสเท่าเทียมแห่งแรกของโลกซึ่งประกาศใช้ในปี 2544

แม้ว่าโลกจะเปิดรับความหลากหลายมากขึ้นผ่านความก้าวหน้าและกฎหมายเหล่านี้ แต่ผู้เดินทาง LGBTQ+ ยังคงเผชิญกับความท้าทายในขณะเดินทาง โดย Booking.com ได้เปิดเผยผลสำรวจประสบการณ์ด้านการเดินทางของผู้เดินทาง LGBTQ+ ประจำปี 2569* จากผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นผู้เดินทาง LGBTQ+ จำนวน 13,300 คนจาก 19 ประเทศทั่วโลก และเน้นให้เห็นถึงประสบการณ์อันหลากหลายที่พวกเขาได้ประสบพบเจอ

สิ่งที่พวกเขาต้องแลกเพื่อที่จะได้ออกไปสำรวจโลกกว้างอย่างปลอดภัย

ผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ทั่งโลกยังคงรู้สึกลำบากใจที่จะต้องปกปิดอัตลักษณ์ทางเพศขณะเดินทางเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงประสบการณ์ด้านลบในบางจุดหมายปลายทาง

สิ่งที่น่าสนใจในรายงานของปีนี้คือ ผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งรายงานว่าพวกเขาเจอประสบการณ์เชิงลบน้อยที่สุดและเป็นกลุ่มที่แสดงความมั่นใจในขณะเดินทางมากที่สุดคือผู้ที่ไม่ได้เปิดเผยตัวตน ‘ที่แท้จริง’ และผู้เดินทางกลุ่มนี้มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะได้สัมผัสประสบการณ์เชิงลบเกี่ยวกับเพศวิถีของตนเองระหว่างการเดินทางในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (34% เมื่อเทียบกับ 62% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ทั่วโลก และเพิ่มขึ้นเป็น 73% สำหรับผู้เดินทาง LGBTQ+ ที่ระบุว่าตนเองเป็นคนข้ามเพศ) ซึ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าการที่พวกเขารู้สึกปลอดภัยมากที่สุดเป็นผลมาจากการปกปิดตัวตนของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

การตัดสินใจปกปิดตัวตนบางส่วนของพวกเขา ไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือความจำเป็น เป็นความจริงที่น่าเศร้าที่ผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ที่เข้าร่วมการสำรวจส่วนใหญ่ต้องเผชิญร่วมกัน ซึ่งมีเพียง 45% ของผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยที่เปิดเผยตัวตนเมื่อเดินทาง (เทียบกับ 31% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก) เมื่อเทียบกับ 83% ที่เปิดเผยตัวตนกับเพื่อนสนิท ตัวเลขนี้เพิ่มสูงขึ้นไปอีกเมื่อถามถึงจุดหมายปลายทางที่พวกเขาต้องการไป โดย 60% ยินดีที่จะปกปิดตัวตนเพื่อแลกกับการได้ไปเยือนจุดหมายในฝัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสำหรับหลาย ๆ คน การตัดสินใจเลือกระหว่างการสำรวจโลกและการเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องยอมแลกอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้เดินทางข้ามเพศกับความระมัดระวังและความวิตกกังวลที่เพิ่มสูงขึ้น

65% ของผู้เดินทาง LGBTQ+ ชาวไทยระบุว่าพวกเขาต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมด้วยการกระทำต่าง ๆ เช่น การแชร์ตำแหน่งปัจจุบันกับคนที่ไว้ใจได้เพื่อความสบายใจ (28%) การลบแอปพลิเคชันหาคู่ก่อนเดินทางข้ามประเทศ (23%) และการใช้ VPN เพื่อปกปิดกิจกรรมการใช้เครื่องมือสื่อสารของพวกเขาหรือเพื่อเข้าเว็บไซต์ที่ถูกบล็อก (25%) นอกจากนี้ 61% ของพวกเขายังต้องคอยสังเกตสิ่งรอบข้างก่อนเสมอเมื่อจะแสดงความรักต่อคู่รักในที่สาธารณะ

ข้อมูลเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายเฉพาะที่ผู้เดินทางข้ามเพศต้องเผชิญอีกด้วย โดยพวกเขาเป็นกลุ่มเดียวที่มีสัดส่วนของผู้ที่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับการเดินทางเพิ่มขึ้น ซึ่งมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ที่รู้สึกผ่อนคลายกับการเดินทางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้เดินทางชาวไทย 36% รู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นในช่วงหลัง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของผู้เดินทางทั่วโลก 27% และในเอเชีย 43% ขณะเดียวกันประชากรส่วนใหญ่รู้สึกว่า ‘การต้องอยู่ด้านนอกในที่สาธารณะตอนกลางคืน’ เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลมากที่สุด (35% ของผู้เดินทางชาวไทยเมื่อเทียบกับ 22% ของผู้เดินทางทั่วโลก) แต่สำหรับผู้เดินทางข้ามเพศ การใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่แบ่งตามเพศ (ห้องน้ำ หรือห้องแต่งตัว) กลับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขารู้สึกวิตกกังวล (24%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์การเดินทางจริงที่ผู้เดินทางกลุ่มอื่น ๆ ไม่ได้เผชิญความรุนแรงในระดับเดียวกัน

แวดวงการเดินทางและเครื่องมือ AI จะช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ได้อย่างไร

แม้ว่าจะมีความท้าทายที่พวกเขายังต้องเผชิญอยู่ แต่ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นในแนวโน้มเชิงบวก ด้วย 94% ของผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ชาวไทยระบุว่าพวกเขามีประสบการณ์เชิงบวกเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขาขณะเดินทางในปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติจากแวดวงผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ทั้งพนักงานต้อนรับใช้สรรพนามเรียกพวกเขาอย่างถูกต้อง (54%) มีสัญลักษณ์แสดงความเท่าเทียมในที่พัก เช่น ธงไพรด์หรือธงสีรุ้ง (38%) ห้องน้ำที่ไม่แบ่งเพศ (38%) รวมถึงพนักงานเป็นคนในคอมมูนิตี้ LGBTQ+ เหมือนกัน (50%) โดยภาพรวม ผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ชาวไทย 93% เชื่อว่าการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมดีขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เครื่องมือดิจิทัลที่ผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ชาวไทยใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงขณะเดินทางกลับมีบทบาทสำคัญในการช่วยค้นหาข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเข้าถึงผู้คนท้องถิ่นในจุดหมายปลายทาง รวมถึงช่วยสร้างความมั่นใจในการเลือกที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

  • 89% ของผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ชาวไทยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับช่วยวางแผนการเดินทางในช่วงปีที่ผ่านมา
  • 58% เชื่อมั่นว่า AI สามารถให้คำแนะนำด้านการเดินทางได้อย่างปราศจากอคติเมื่อมีอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขาเข้ามาเกี่ยว
  • 50% มองว่า AI มีประสิทธิภาพในการช่วยค้นหาสถานที่ที่เป็นมิตรกับชุมชน LGBTQ+ ซึ่งเป็นสถานที่เฉพาะกลุ่มและมักค้นหาได้ยากผ่านเครื่องมือค้นหาทั่วไป
  • 47% รู้สึกปลอดภัยที่จะถาม AI ในคำถามที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับชุมชน LGBTQ+ ของผู้คนท้องถิ่นมากกว่าถามคนด้วยกันเอง
  • 44% รายงานว่าตัวกรองที่ระบุชัดเจนว่าไม่แบ่งแยก (Inclusion) หรือ ‘เป็นมิตรกับชุมชน LGBTQ+’ บนแพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์ทำให้พวกเขาสามารถค้นหาและจองการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น
  • “รายงานปีนี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดโปรแกรม Travel Proud ของเราจึงยังคงมีความสำคัญอย่างที่เป็นมาตลอด พวกเรารู้สึกมีกำลังใจที่ได้เห็นโครงการนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2021 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพันธมิตรทั่วโลกของเรา การฝึกอบรม ณ ตอนนี้มีให้บริการ 11 ภาษา และมีที่พักกว่า 142,000 แห่งเข้าร่วม ทำให้ผู้เดินทางสามารถมองหาที่พักที่เป็นมิตรกับ LGBTQ+ ในเมืองและจุดหมายกว่า 20,000 แห่งทั่วโลก” Matthias Schmid ผู้ดำรงตำแหน่ง SVP ฝ่าย Accommodations ที่ Booking.com กล่าว

“แม้จะมีความท้าทายต่าง ๆ และผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มเพื่อความปลอดภัย เราก็ยังได้รับแรงบันดาลใจจาก 66% ของผู้เดินทางทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับทริปที่พวกเขาสามารถเป็นตัวเองอย่างแท้จริงได้ 100% และเดินทางด้วยความ Proud ได้อย่างเต็มที่ต่อไป” เขากล่าวเสริม

ด้วยตัวกรอง Travel Proud และป้ายสัญลักษณ์บน Booking.com ทำให้ผู้เดินทางนับล้านสามารถมองหาที่พักที่เป็นมิตรกับชุมชน LGBTQ+ ได้ง่ายขึ้น เพียงเลือกฟิลเตอร์ ‘Travel Proud’ (เป็นมิตรกับ LGBTQ+) หรือสังเกตรูปกระเป๋าเดินทางสีรุ้งในหน้าที่พัก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่นี่

สำหรับผู้ให้บริการที่พัก สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับความท้าทายเฉพาะที่ผู้เดินทางกลุ่ม LGBTQ+ ต้องเผชิญและดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึกอบรบ Travel Proud ออนไลน์และเพื่อที่จะเป็นที่พัก Travel Proud ได้ที่นี่

หมายเหตุ

*การสำรวจข้อมูลนี้จัดทำโดย Booking.com โดยสำรวจความคิดเห็นกับกลุ่มตัวอย่างผู้เดินทางที่ระบุตัวตนว่าเป็น LGBTQ+ จำนวน 13,331 คน จาก 19 ประเทศและดินแดน ดังนี้: อาร์เจนตินา (222 คน), ออสเตรเลีย (1,041 คน), บราซิล (1,021 คน), แคนาดา (839 คน), โคลอมเบีย (527 คน), ฝรั่งเศส (1,031 คน), เยอรมนี (1,035 คน), อินเดีย (1,010 คน), อิตาลี (1,044 คน), ญี่ปุ่น (521 คน), เม็กซิโก (525 คน), เนเธอร์แลนด์ (508 คน), นิวซีแลนด์ (218 คน), สิงคโปร์ (219 คน), สเปน (1,088 คน), ไต้หวัน (216 คน), ไทย (208 คน), สหราชอาณาจักร (1,019 คน), สหรัฐอเมริกา (1,039 คน) ผู้ตอบแบบสอบถามต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องเคยเดินทางเพื่อพักผ่อนที่มีการค้างคืนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และต้องเคยเป็นผู้มีส่วนร่วมหลักในการตัดสินใจและวางแผนการเดินทาง การสำรวจนี้ดำเนินการทางออนไลน์ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม พ.ศ. 2569