กรุงเทพฯ – บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM รับลูก “สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS” หนุนพอร์ตบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาทขายดี ชูกลยุทธ์คัดกรอง Real Demand ดันยอดโอนฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป ช่วยเร่งเครื่องธุรกิจสินเชื่อต่อยอดกำไร ส่งซิกปี 2570 เล็งกวาดสต็อก ดีเวลลอปเปอร์บริหารต่อ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรระยะยาว
นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 ยังต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง แต่ทั้งนี้บริษัทฯ เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS” กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษในช่วง 1–2 ปีแรกที่ 2.60–2.80% รวมถึงการผ่อนปรนเกณฑ์รายได้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ซื้อที่มีความพร้อม แต่ยังชะลอการซื้อบ้านจากความกังวลด้านต้นทุนทางการเงิน
บริษัทฯ มองว่าแรงหนุนดังกล่าวจะเริ่มสะท้อนผ่านจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการและยอดจองก่อนต่อยอดสู่การทำสัญญาและการโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับโครงการที่ MMM ให้บริการบริหารการขาย และมุ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand)
“MMM ให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ทั้งคุณสมบัติผู้กู้ ภาระผ่อนชำระต่อเดือน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ซื้อประเมินความพร้อมของตนเองได้ชัดเจน และเพิ่มโอกาสเปลี่ยนความสนใจให้เป็นการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ได้จริง”
สกรีนลูกค้าตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มโอกาสปิดการขาย–โอนจริง
ทั้งนี้ มองว่าการผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และการพิจารณาค่าครองชีพ มีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อให้กับผู้กู้บางกลุ่ม ซึ่งการขยายโอกาสดังกล่าวต้องควบคู่กับการประเมินความสามารถในการผ่อนชำระอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้ามีความพร้อมก่อนตัดสินใจจอง พร้อมเป็นเจ้าของบ้านที่สามารถผ่อนชำระบ้านในระยะยาวได้ต่อเนื่อง MMM ได้วางกลยุทธ์การดูแลลูกค้าตั้งแต่ก่อนตัดสินใจจอง ครอบคลุมการประเมินงบประมาณซื้อบ้านที่เหมาะสมการเตรียมเอกสารรายได้ และการตรวจสอบภาระหนี้กับค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกที่อยู่อาศัยได้ตรงกับกำลังซื้อ พร้อมเข้าสู่กระบวนการขอสินเชื่อด้วยความพร้อมมากขึ้น
“สำหรับ MMM เราไม่ได้ประเมินความสำเร็จจากเพียงยอดจองในระยะสั้น แต่เราวัดผลจากอัตราการเปลี่ยนจากการจองไปสู่การทำสัญญาและการโอนกรรมสิทธิ์จริง เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ทำให้ลูกค้ากู้ผ่าน แต่ต้องมั่นใจว่าลูกค้าสามารถผ่อนชำระได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยลดอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) และสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงให้กับบริษัทและผู้พัฒนาโครงการ”
ต่อจิ๊กซอว์ “ธุรกิจบริหารการขาย” และ “ธุรกิจสินเชื่อ” เสริมแกร่ง
MMM เดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สู่ธุรกิจการเงิน โดยมองว่าความต้องการที่อยู่อาศัยและความต้องการเงินทุนมีความเชื่อมโยงกัน จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า และสร้างการเติบโตร่วมกันระหว่างสองธุรกิจ โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับลูกค้าที่มีหลักประกัน โดยเฉพาะสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน (Property-backed Loans) ภายใต้กระบวนการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและความสามารถในการชำระหนี้อย่างรอบคอบ ซึ่งการสร้าง Synergy ของทั้งสองธุรกิจ จะขยายโอกาสทางธุรกิจควบคู่กับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อ
“การเชื่อมศักยภาพของทั้งสองธุรกิจระหว่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กับ ธุรกิจการเงิน จะช่วยให้ MMM ต่อยอดความเชี่ยวชาญและเครือข่ายความสัมพันธ์กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกัน ธุรกิจสินเชื่อจะช่วยเพิ่มโอกาสให้บริการลูกค้าที่มีความต้องการเงินทุนและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์สนับสนุนการ กระจายแหล่งรายได้และเสริมฐานการเติบโตในระยะยาว”
เปิดเกมรุกปี 2570 รับโอกาสดีเวลลอปเปอร์เร่งระบายสต็อก
สำหรับทิศทางปี 2570 บริษัทฯ ประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยหนึ่งในโอกาสสำคัญคือความต้องการของผู้พัฒนาโครงการในการเร่งระบายสินค้าคงเหลือ (Inventory) และเพิ่มประสิทธิภาพการขาย ซึ่งเปิดโอกาสให้ MMM นำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการขายเข้าไปช่วยวางกลยุทธ์ เข้าถึงกลุ่มลูกค้า และผลักดันการโอนกรรมสิทธิ์
บริษัทฯ มุ่งเน้นด้านการขยายงานบริหารการขายที่สามารถสร้างรายได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในโครงการเดิม และต่อยอดธุรกิจสินเชื่อภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนทั้งสองธุรกิจเติบโตควบคู่กัน
“การเร่งระบายสต็อกของดีเวลลอปเปอร์ ต้องมาพร้อมการคัดเลือกงานอย่างรอบคอบ MMM ให้น้ำหนักกับศักยภาพการขายและการโอนจริงเป็นสำคัญ สินค้าต้องตอบโจทย์ ทำเลต้องใช่ และราคาต้องสอดคล้องกับกำลังซื้อ เพราะทุกโครงการที่รับบริหารต้องมีโอกาสเปลี่ยนเป็นรายได้ที่มีคุณภาพ นั่นคือหัวใจที่ MMM จะใช้ขับเคลื่อนธุรกิจบริหารการขายและธุรกิจสินเชื่อให้เติบโ

