บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ EDTH ในเครือสหพัฒน์ เดินหน้าตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI Transformation ผ่านการจัดงานบรรยายพิเศษในหัวข้อ “999 วันข้างหน้ากับ AI Transformation” ณ KingBridge Hall ชั้น 4 อาคาร KingBridge Tower ถนนพระราม 3 เพื่อสร้างความเข้าใจ จุดประกายวิสัยทัศน์ และเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในเครือสหพัฒน์ ในการผสานคลื่นการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการดำเนินธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ EDTH ในฐานะหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อผลักดันให้บริษัทในเครือสหพัฒน์ สามารถสร้างศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในยุค AI ได้ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Transformation ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Siametrics Consulting และ ViaLink รวมถึงที่ปรึกษาด้าน AI Transformation และ Big Data ให้กับองค์กรชั้นนำของประเทศหลายแห่ง เป็นวิทยากรหลักในการบรรยาย

ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ได้ชี้ให้เห็นว่า ระยะเวลา 999 วัน หรือประมาณ 3 ปีนับจากนี้ คือช่วงเวลาสำคัญที่องค์กรไทยต้องเร่งปรับตัว เพราะ AI จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว องค์กรที่สามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านการลดต้นทุน การเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ขณะที่องค์กรที่ยังไม่เริ่มต้นอาจเผชิญความเสี่ยงจากช่องว่างการแข่งขันที่ขยายตัวรวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ประเด็นสำคัญที่ผู้บริหารองค์กรควรเร่งพิจารณา จึงไม่ใช่คำถามว่า “ควรทำ AI หรือไม่” แต่เป็นการคิดว่า “ควรเริ่มจากจุดใด และจะทำอย่างไรให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร” เหตุผลที่องค์กรต้องเริ่มต้น AI Transformation ตั้งแต่วันนี้ ประกอบด้วยหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ วิกฤติด้านแรงงานและ Talent ในอนาคต จากแนวโน้มประชากรเกิดใหม่ลดลง และการแข่งขันเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ การปรับตัวของคู่แข่งทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ที่สามารถใช้ AI ลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ถูกนำเสนอภายในงาน คือ การยกระดับพนักงานให้กลายเป็น “Super Employee” หรือการปรับแนวคิด “โตแล้วแตก แตกแล้วโต” ผ่านการใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแนวทางการใช้ AI เพื่อยกระดับการทำงานของพนักงาน สามารถแบ่งออกเป็น 3 บทบาทหลัก ได้แก่
Automator: ใช้ AI ช่วยทำงานที่ซ้ำซ้อนหรืองานที่ใช้เวลามากแทนมนุษย์
Assistant: ใช้ AI เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจ
Business Lift-off: ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจใหม่ สร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ และพัฒนารูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากเดิม
นอกจากนี้ แนวคิดเรื่องการสร้าง “สมองของเครือ” ยังถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำ AI Transformation ในองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเครือสหพัฒน์ที่มีธุรกิจหลากหลาย การมีระบบข้อมูล องค์ความรู้ และแนวทางการใช้ AI ที่เป็นระบบร่วมกัน จะช่วยลดการทำงานแบบแยกส่วน ลดต้นทุนด้านข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ในมุมของ EDTH การขับเคลื่อน AI Transformation จึงไม่ใช่เพียงการแนะนำเทคโนโลยีใหม่ให้กับองค์กร แต่คือการวางรากฐานให้คน กระบวนการทำงาน ข้อมูล และเทคโนโลยี สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้
ในช่วงท้ายของงาน ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Google และ MFEC ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับ Technology Ecosystem และแนวทางการต่อยอดการใช้ AI ภายในองค์กร ผ่านโซลูชัน AI ระดับองค์กรอย่าง Gemini ซึ่งสามารถผสานเข้ากับเครื่องมือการทำงานที่พนักงานคุ้นเคย เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในแต่ละสายงานได้อย่างคล่องตัว Gemini สำหรับองค์กรถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในระดับองค์กร โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล และการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลภายในองค์กร อีกหนึ่งความสามารถสำคัญคือ Deep Research ที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การวิจัยตลาด และการสร้างแนวคิดใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดภาระงานที่ใช้เวลามาก และเพิ่มความเร็วในการพัฒนางานเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ Gemini ยังถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องมือ AI ที่พนักงานสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ในชีวิตการทำงานประจำวัน เพื่อช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ทั้งนี้ EDTH ได้วางแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อน AI Transformation อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจและกำหนดทิศทางร่วมกันในระดับผู้บริหาร เพื่อระบุทั้งความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจที่ AI สามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร ไปจนถึงการต่อยอดสู่การจัดเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการสำหรับแต่ละสายงาน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ ทดลองใช้ และประยุกต์ใช้ AI กับการทำงานจริงได้อย่างเหมาะสม พร้อมพัฒนาเป็น Use Case ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงภายในองค์กร

