ในจังหวะที่โลกกำลังเร่งเครื่องเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่หลายประเทศกำลังเผชิญกลับไม่ใช่ “การขาดเทคโนโลยี” หากแต่เป็น “การขาดคนที่ใช้เทคโนโลยีเป็น” และนี่เองคือจุดตั้งต้นของความร่วมมือครั้งสำคัญในประเทศไทย เมื่อ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังกับ Google และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัวโครงการ “AI for All Thais” เป็นครั้งแรก
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่เพียงโครงการฝึกอบรมทั่วไป หากแต่เป็นการ “ยกระดับโครงสร้างการเรียนรู้ของประเทศ” โดยดึง AI เข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยอย่างเป็นรูปธรรม — และที่สำคัญคือ “สามารถนับหน่วยกิตได้จริง”

จาก “เทคโนโลยี” สู่ “ทักษะ”: โจทย์ใหญ่ที่โลกกำลังเผชิญ
ข้อมูลจาก Gartner สะท้อนภาพชัดเจนว่า อุปสรรคอันดับหนึ่งของการนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลจริง ไม่ใช่เรื่องของนวัตกรรม แต่คือ “ทักษะของผู้คน” ดังที่ นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “AI จะทรงพลังและเต็มศักยภาพก็ต่อเมื่อ ‘คน’ ปรับตัวไว และใช้เป็นได้ดีเพียงใด” อันเป็นแก่นของปัญหา และขณะเดียวกันก็เป็น “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่ไทยกำลังเลือกจะลงมือแก้
“องค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกต่างเห็นตรงกันว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดของการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือทักษะของผู้คน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศักยภาพของ AI ยังไม่ถูกปลดล็อกได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กร AI-First เราตั้งใจขับเคลื่อน ‘AI for All’ เพื่ออัปสกิลคนไทยด้วยทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต เตรียมกำลังคนให้พร้อมสำหรับตลาดแรงงานยุคใหม่ เพื่อทำให้ AI เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยตั้งเป้าเสริมศักยภาพให้คนไทย 12 ล้านคนภายในปี 2573” นายซิกเว่กล่าว

ปฏิวัติการเรียน AI จากห้องเรียนสู่โลกการทำงานจริง
หัวใจของโครงการ “AI for All Thais” คือ การเปลี่ยน AI จาก “ความรู้เสริม” ให้กลายเป็น “ทักษะหลัก” ในระบบการศึกษาไทย
หลักสูตร AI for Future Workforce ระยะเวลา 45 ชั่วโมง ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าการเรียนรู้เชิงทฤษฎี แต่เป็นการ “ลงมือทำจริง” และเชื่อมต่อกับโลกการทำงาน โดยสามารถนำไปนับหน่วยกิตในมหาวิทยาลัยได้
การเริ่มต้นนำร่องกับมหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการสร้าง “การรับรู้” ไปสู่ “การสร้างกำลังคนที่ใช้ AI ได้จริง”

AI ต้อง “เข้าถึงได้
อีกหนึ่งมิติสำคัญของโครงการ คือการทำให้ AI เป็นเรื่องที่ “ทุกคนเข้าถึงได้” ผ่านโปรแกรม AI First Citizen ภายใต้ Gemini Academy นักศึกษาสามารถเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน AI, ความปลอดภัยทางดิจิทัล ไปจนถึงการเขียน Prompt โดยมีทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมสนับสนุนดาต้าฟรี 10GB สำหรับผู้ใช้เครือข่ายทรูดีแ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับพันธกิจของ Google ที่ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ในยุคดิจิทัล และขยายโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถใช้ Generative AI ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์
จากองค์กรสู่ประเทศ เมื่อ AI เริ่มต้นที่ “คน”
ทรูประกาศชัดเจนถึงเป้าหมายในการพัฒนาคนไทย 12 ล้านคนภายในปี 2573 โดยเริ่มจากภายในองค์กร สู่การขยายผลระดับประเทศ แนวทางนี้สะท้อนโมเดลการพัฒนาแบบ AIFirst Organization ที่ไม่ได้เน้นเพียงการใช้เครื่องมือ แต่เน้นการสร้าง
ความเข้าใจพื้นฐาน การประยุกต์ใช้จริง และการต่อยอดสู่นวัตกรรม ตามแนวคิดในเอกสารที่ระบุว่า การก้าวสู่ AIFirst ต้องเริ่มจาก “อัปสกิลพื้นฐาน สู่ การประยุกต์ใช้ สู่ การสร้างสรรค์นวัตกรรม”
ระบบนิเวศ AI: เกมระยะยาวของประเทศไทย
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง คือ การไม่ได้มอง AI เป็นเพียง “โครงการระยะสั้น” แต่เป็นการสร้าง Ecosystem ระดับประเทศ
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง “ภาครัฐ” ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบาย – “ภาคเอกชน” ซึ่งมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน และ “ภาคการศึกษา” ซึ่งมีหน้าที่ผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยทั้งสามส่วนนี้ได้หลอมรวมเป็นโครงสร้างใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยมีศูนย์กลางอย่าง CP Center of Excellence ณ True Digital Park เป็นฐานในการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และกำลังคนด้าน AI อย่างครบวงจร

เมื่อ “ทักษะ AI” กลายเป็นความได้เปรียบของชาติ
ในวันที่โลกแข่งขันกันด้วยความเร็วของนวัตกรรม ประเทศที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่ประเทศที่มี AI ที่ดีที่สุด แต่คือประเทศที่มี “คนที่ใช้ AI ได้ดีที่สุด” ดังนั้น โครงการ AI for All Thais จึงไม่ใช่แค่โครงการการศึกษา แต่คือการวางรากฐานของ “ขีดความสามารถใหม่ของประเทศ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว AI อาจเป็นเทคโนโลยีระดับโลก แต่ “ศักยภาพของคน” คือสิ่งที่จะกำหนดว่า ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในอนาคตนั้น

