ในวันที่ “สัตว์เลี้ยง” ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ แต่กลายเป็น “สมาชิกครอบครัว” ตลาด Pet Business จึงไม่ใช่แค่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิใหม่ของ FMCG
ดังนั้น ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ล่าสุดของ บมจ. เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) หรือ SWC เพื่อขยายฐานธุรกิจสู่ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Business) พร้อมเปิดตัว “The Goody” แบรนด์อาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลสุนัขและแมวระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด “The Goody: Let Them Be Their Best Self” ภายในงาน Pet Expo Thailand 2026 จึง ย่อมมิใช่แค่การออกสินค้าใหม่ แต่คือ “การวางหมากเชิงโครงสร้าง” เพื่อสร้าง New Growth Engine ระยะยาว
จากบรรทัดต่อไปนี้ คือ การเปิดใจของ คุณชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ ผู้ร่วมก่อตั้ง The Goody และผู้บริหาร SWC ถึงการตัดสินใจของ SWC เพื่อเปิดตัว “The Goody” ของ SWC ในสมรภูมิ Pet Economy

(ขวา) คุณชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ ผู้ร่วมก่อตั้ง The Goody และผู้บริหาร SWC
ทำไม SWC ถึงเลือกเข้าสู่ Pet Business ในเวลานี้
เพราะนี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น “พฤติกรรมใหม่ที่กลายเป็นโครงสร้าง” ต้องยอมรับความจริงว่า วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง แต่ “ใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยง” การตัดสินใจซื้อจึงเปลี่ยนจาก “ราคา” ไปสู่ “คุณภาพและความเข้าใจ”
ที่สำคัญ สำหรับ SWC แล้วนี่คือจุดที่ Pet Business ไม่ใช่ Opportunistic Play แต่เป็น Strategic Expansion ที่เชื่อมกับ FMCG Ecosystem โดยตรง และตลาดนี้ไม่ได้ชนะด้วย “คุณภาพ” แต่ชนะด้วย “ความเข้าใจ”
ตอนนี้แบรนด์ในตลาดนี้มีมากมาย แล้ว The Goody แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นอย่างไร
ตลาดนี้แข่งขันกันเรื่องคุณภาพมานานแล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดคือ “ความเข้าใจสัตว์เลี้ยงในชีวิตจริง” ซึ่งความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง หรือ Insight นั้นมาจากประสบการณ์ และความรัก และ Passion ของผมที่มีต่อสัตว์เลี้ยง

The Goody นั้นตั้งต้นจากคำถามเดียวว่า อะไรคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว และเราใช้แนวคิด “The Ultimate Choice From Pet Parent to Pet Parent” พูดง่าย ๆ คือ เราไม่ได้คิดแบบแบรนด์ แต่คิดแบบ “คนเลี้ยงสัตว์เลี้ยง”
นอกจากนี้ หนึ่งในจุดตั้งต้นของ The Goody คือ ประสบการณ์กว่า 29 ปีของผมในวงการสุนัขระดับนานาชาติ ซึ่งการขับเคลื่อนจาก “มาตรฐานของสุนัขแชมป์โลก” สู่คำถามสำคัญที่ว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อให้มาตรฐานแบบนั้น “เกิดขึ้นได้จริง” ในชีวิตประจำวันของผู้เลี้ยงทั่วไป
ดังนั้น The Goody จึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง “องค์ความรู้ระดับมืออาชีพ” และ “บริบทการเลี้ยงจริง”

เป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีความเฟี้ยว
อันเป็นเสน่ห์ให้เจ้าของหลงรักและปวดหัวได้ในขณะเดียวกัน
การเข้าตลาดของ The Goody วางตำแหน่งของแบรนด์ และดำเนินกลยุทธ์ไว้อย่างไร
เราวาง The Goody ให้อยู่ในเซ็กเม้นท์ของตลาดพรีเมียม แต่ไม่ใช่พรีเมียมแบบเดิม แต่เป็นพรีเมียมที่เรานิยามเสียใหม่ว่า เป็น Premium through Understanding ภายใต้แนวคิด Vitality Nutrition + Champion Formula ซึ่งไม่ได้มองแค่สารอาหาร
แต่มองที่ “คุณภาพชีวิตระยะยาว” ของบรรดาสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ Pet Parent หวงแหน ด้วยโฟกัสที่ครอบคลุมถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยอาหาร โครงสร้างร่างกาย รวมทั้งสุขภาพผิวและขน ซึ่งทั้งสี่องค์ประกอบนี้จะต้องมีความสมดุลระหว่าง “ความแม่นยำเชิงวิชาการ” และ “การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน”

นอกจากนี้ ในยุคที่ Attention ถูกกระจาย SWC เลือกไม่เล่นเกม Awareness แบบเดิม แต่เน้นใช้กลยุทธ์ Experience-driven Marketing ด้วยการเปิดตัวของแบรนด์ในงาน Pet Expo Thailand 2026 พร้อมทั้งสร้าง Immersive Experience ผ่าน Premium Pet Lifestyle และใช้ KOL / KOC เป็น “Storyteller” ไม่ใช่แค่ Presenter เพื่อเชื่อมโลกออนไลน์สู่ประสบการณ์จริง และเพื่อเปลี่ยน “ผู้เห็น” ให้เป็น “ผู้เชื่อ”
ในฐานะแบรนด์น้องใหม่ The Goody ตั้งเป้าหมายทางธุรกิจของตนเองอย่างไร
SWC ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Pet Parent ระดับกลาง-บน พร้อมต่อยอดการเติบโตผ่านกลยุทธ์ Omni-Channel ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้แบรนด์ในระยะยาว การเปิดตัว The Goody ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ แต่เป็นก้าวสำคัญของ SWC ในการสร้าง Pet Care Ecosystem ที่ครอบคลุมการดูแลคุณภาพชีวิตของทั้ง “คนและสัตว์เลี้ยง” อย่างครบวงจร
นอกจากนี้ เราตั้งเป้าว่า เราจะทำรายได้ 1,700 ล้านบาทภายในสามปี พร้อมทั้งตั้งเป้าทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยสัดส่วน70% ในประเทศ และ 30% ในต่างประเทศ โดยจะเริ่มขยายในปี 2027 ไปยังตลาด CLMV, จีน, อาเซียน รวมทั้ยุโรป และตลาดอเมริกาเหนือด้วย เพราะการปั้นแบรนด์ The Goody นั้นไม่ใช่แค่การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ แต่นี่คือการขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาคด้วย เพราะหากเข้าใจ Insight ของ Pet Parent ได้จริงก็จะตอบได้ว่า แบรนด์ในตลาดจะไม่ใช่แค่สินค้า
ที่สำคัญ ในมุมของผม ความสำเร็จของ The Goody ไม่ได้วัดแค่ยอดขาย แต่คือการที่แบรนด์สามารถหยั่งรากตัวเองเข้าไปในชีวิตของผู้เลี้ยงสัตว์ได้ แล้วถ้าเราทำให้คนรู้สึกว่าแบรนด์นี้เข้าใจเขาได้จริงๆ The Goody ก็จะไม่ใช่แค่สิ่งที่เขาซื้อ แต่จะเป็นสิ่งที่เขา ‘เลือก’ และ ‘เชื่อ’ ในระยะยาว”

