SAM รุกแก้หนี้รายย่อยฝั่งธนฯ–นนทบุรีชูมาตรการลดเงินต้นสูงสุด 50% ฟรีดอกเบี้ย เดินหน้าโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เปิดจุดให้คำปรึกษาที่ศาลแพ่งตลิ่งชัน 19–20 ก.ย.นี้ เจาะกลุ่มลูกหนี้ NPL ไม่เกิน 1 แสนบาท

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าบทบาทแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนในกลุ่มลูกหนี้รายย่อย ขยายการเข้าถึงมาตรการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สู่พื้นที่ฝั่งธนบุรีและจังหวัดนนทบุรี โดยร่วมกับศาลแพ่งตลิ่งชัน จัดกิจกรรม “ปิดหนี้ไว ใกล้บ้าน” ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 19–20 กันยายน 2569 เวลา 09.00–16.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 ศาลแพ่งตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ลูกหนี้และประชาชนในเขตบางพลัด ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน และจังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย และมีเงินต้นหรือดอกเบี้ยค้างชำระเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เข้ามาตรวจสอบสิทธิ์ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ รวมถึงปรึกษาแนวทางแก้ไขหนี้กับเจ้าหน้าที่ SAM โดยตรงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นกิจกรรมต่อเนื่อง หลังการจัด “ปิดหนี้ไว ใกล้บ้าน” 2 ครั้งที่ผ่านมา มีลูกหนี้เข้ามาตรวจสอบสิทธิ์และเข้าสู่กระบวนการแก้ไขหนี้ผ่านโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” จำนวนมาก

2 ทางเลือก ลดต้นสูงสุด 50% ไม่มีดอกเบี้ย

จุดสำคัญของโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” คือการคำนวณภาระหนี้จากเงินต้นโดยไม่มีดอกเบี้ย พร้อมเปิดทางเลือกในการชำระหนี้ 2 รูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถทางการเงินของลูกหนี้แต่ละราย
ทางเลือกแรก “จ่าย ปิด จบ” ลดเงินต้นทันที 50% สำหรับผู้ที่สามารถชำระภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เช่น หากมีเงินต้นคงค้าง 10,000 บาท สามารถชำระ 5,000 บาทเพื่อปิดบัญชีได้

สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมชำระเป็นเงินก้อน สามารถเลือก “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” ซึ่งลดเงินต้น 30% ไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนชำระได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2572 ตัวอย่างเช่น เงินต้น 10,000 บาท จะเหลือยอดชำระ 7,000 บาท หากเริ่มชำระตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 สามารถแบ่งชำระเป็นเวลา 34 เดือน หรือประมาณเดือนละ 206 บาท

SAM ชี้ปิดบัญชีสำเร็จ ช่วยเปิดทางกลับสู่ระบบการเงิน

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” มีเป้าหมายช่วยให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถจัดการภาระหนี้และมีโอกาสตั้งต้นทางการเงินใหม่ โดยเมื่อลูกหนี้ชำระหนี้และปิดบัญชีสำเร็จ ข้อมูลการชำระหนี้จะได้รับการปรับปรุงตามกระบวนการรายงานข้อมูลเครดิต ซึ่งมีส่วนช่วยให้สถานะทางการเงินของลูกหนี้ดีขึ้นในระยะต่อไป
SAM จึงต้องการให้ลูกหนี้ที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบสิทธิ์และพิจารณาจัดการหนี้ภายในปี 2569 เนื่องจากเงื่อนไขของโครงการในปี 2570 อาจมีการปรับเปลี่ยน

ครอบคลุมบัตรเครดิต–สินเชื่อบุคคล–ติ่งหนี้

ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการต้องเป็นลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดา มีสถานะเป็นหนี้เสีย หรือ NPL ตามการรายงานข้อมูลเครดิตบูโร (NCB) โดยยอดหนี้รวมทุกประเภทสินเชื่อต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย

สำหรับหนี้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ SAM ครอบคลุมหนี้ไม่มีหลักประกัน ได้แก่ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึง “ติ่งหนี้” หรือยอดหนี้ส่วนที่ยังคงค้างหลังจากการจัดการหนี้ที่มีหลักประกันแล้ว ทั้งนี้ ต้องมีสถานะค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และผู้เข้าร่วมต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรืออยู่ในรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด (Sanction List) ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่ศาลแพ่งตลิ่งชัน สามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน SAM Plus, LINE Official Account @samsocialamc, เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย, เว็บไซต์ SAM และ SAM Contact Center โทร. 1443 กด 6 รวมถึงติดตามข้อมูลข่าวสารผ่าน Facebook “บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท”