เมื่อพฤติกรรมการซื้อสินค้า Luxury ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสินค้าใหม่ ตลาด Pre-Loved Luxury จึงกลายเป็นอีกพื้นที่ที่แบรนด์และผู้ประกอบการต้องจับตามอง โดยเฉพาะโมเดลธุรกิจที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ขายของมือสอง” หากต้องสร้างความเชื่อมั่น ประเมินมูลค่าสินค้า และทำให้เจ้าของเดิมยินดีนำสินค้ากลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง
KOMEHYO (โคเมเฮียว) ศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมมือสองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 กำลังขยับอีกขั้นด้วยการเปิดตัวระบบ Membership ในไทยเป็นประเทศแรกนอกญี่ปุ่น โดยออกแบบให้สมาชิกสามารถสะสมคะแนนได้ทั้งจากการ “ซื้อ” และ “ขาย” สินค้าให้ KOMEHYO
ความน่าสนใจในเชิงธุรกิจจึงไม่ได้อยู่ที่การมี Loyalty Program เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระบบ หากอยู่ที่การนำระบบสมาชิกมาเชื่อมผู้บริโภคทั้งสองด้านของตลาดเข้าด้วยกัน เพราะธุรกิจ Pre-Loved Luxury ต้องการทั้งผู้ซื้อและเจ้าของสินค้าที่พร้อมนำสินค้าออกมาขาย เพื่อสร้างการหมุนเวียนของสินค้าในระบบอย่างต่อเนื่อง

จาก Loyalty Program สู่กลไกสร้างวงจรซื้อ–ขาย
โทรุ อิมาอิ (Toru Imai) กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหโคเมเฮียว จำกัด เปิดเผยว่า KOMEHYO ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Relay Use” หรือการส่งต่อสิ่งของที่ไม่ได้ใช้งานแล้วไปยังผู้ที่ต้องการ เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับแนวคิด “Spread Joy, Spark Happiness” หรือความสุขที่สามารถส่งต่อได้
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ KOMEHYO นอกประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันบริษัทมีหน้าร้าน 8 สาขา และ Buying Center อีก 1 แห่ง รวม 9 จุดให้บริการในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง สะท้อนการวางโครงสร้างธุรกิจที่รองรับทั้งการซื้อและการนำสินค้าเข้ามาขาย
การนำระบบ Membership ซึ่งใช้ในญี่ปุ่นมาขยายสู่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก จึงเป็นมากกว่าการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้า เพราะโครงสร้างของระบบถูกออกแบบให้ครอบคลุมทั้งสองฝั่งของธุรกรรม
สมาชิกที่ซื้อสินค้าจะได้รับคะแนนตามรูปแบบ Loyalty Program ทั่วไป ขณะเดียวกัน ลูกค้าที่นำกระเป๋า นาฬิกา หรือสินค้าแบรนด์เนมมาขายให้ KOMEHYO ก็ได้รับคะแนนสะสมเช่นกัน ก่อนนำคะแนนไปแลกรับส่วนลดหรือของรางวัลผ่านระบบ Reward
โมเดลนี้ทำให้ “ผู้ขาย” วันนี้มีโอกาสกลับมาเป็น “ผู้ซื้อ” ในอนาคต และผู้ซื้อเองก็สามารถกลับเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ขายเมื่อไม่ต้องการใช้สินค้าชิ้นเดิมอีกต่อไป
หัวใจตลาด Luxury มือสอง ไม่ใช่แค่ราคา หากคือ Trust
อีกโจทย์สำคัญของตลาด Pre-Loved Luxury คือความเชื่อมั่นในสินค้า โดยเฉพาะกระเป๋าและนาฬิกาแบรนด์เนมที่มีมูลค่าสูง การตรวจสอบสินค้าและมาตรฐานการประเมินราคาจึงเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจโดยตรง
KOMEHYO นำประสบการณ์กว่า 79 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งในญี่ปุ่นเมื่อปี 1947 มาเป็นฐานในการสร้างความเชื่อมั่น โดยสินค้าจะผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมตามมาตรฐานของบริษัท ก่อนเข้าสู่กระบวนการจำหน่าย
จุดนี้ทำให้การแข่งขันในตลาด Pre-Loved Luxury แตกต่างจากตลาดสินค้ามือสองทั่วไป เพราะสิ่งที่ผู้บริโภคซื้อไม่ได้มีเพียงตัวสินค้า หากรวมถึงความมั่นใจในที่มา สภาพสินค้า การประเมินมูลค่า และมาตรฐานของผู้ให้บริการ
Circular Economy ที่ต้องทำให้ผู้บริโภค “อยากส่งต่อ”
ในอีกด้านหนึ่ง การให้คะแนนแก่ผู้ที่นำสินค้ามาขาย ยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ KOMEHYO ต้องการผลักดันผ่าน Relay Use
ในมุมธุรกิจ แนวคิด Circular Economy จะเกิดขึ้นจริงได้ก็ต่อเมื่อสินค้าเดิมสามารถกลับเข้าสู่ตลาดได้ การสร้างแรงจูงใจให้เจ้าของสินค้านำของที่ไม่ได้ใช้งานออกมาขาย จึงมีความสำคัญไม่ต่างจากการหาลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าเหล่านั้น
Membership จึงทำหน้าที่มากกว่าการรักษาฐานลูกค้า เพราะช่วยสร้างแรงจูงใจให้สินค้าแบรนด์เนมกลับเข้าสู่ระบบ เพิ่มโอกาสในการเกิดธุรกรรมครั้งต่อไป และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างผู้บริโภคกับแพลตฟอร์ม
KOMEHYO ตั้งเป้าว่าการเปิดตัวระบบสมาชิกครั้งนี้จะช่วยขยายฐานสมาชิกในประเทศไทยภายในสิ้นปี 2569 โดยสมาชิกใหม่จะได้รับ Voucher มูลค่ารวม 4,000 บาท สำหรับสิทธิประโยชน์ในการซื้อและขายสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด
จาก “ร้านแบรนด์เนมมือสอง” สู่ธุรกิจหมุนเวียนสินค้า Luxury
การเดินเกมของ KOMEHYO ครั้งนี้จึงสะท้อนพัฒนาการอีกขั้นของตลาด Pre-Loved Luxury จากธุรกิจที่สร้างรายได้จากการซื้อมา–ขายไป สู่การสร้างระบบที่พยายามให้ลูกค้าและสินค้าหมุนเวียนกลับเข้ามาหากันซ้ำ
ยิ่งสินค้าหนึ่งชิ้นสามารถเปลี่ยนเจ้าของได้มากกว่าหนึ่งครั้ง มูลค่าทางธุรกิจก็ไม่ได้จบลงพร้อมการขายครั้งแรก
สำหรับตลาด Luxury มือสอง นี่อาจเป็นโจทย์สำคัญของการแข่งขันในระยะต่อไปว่า ใครจะสามารถสร้างความเชื่อมั่น พร้อมทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า “การขายต่อ” เป็นส่วนหนึ่งของวงจรการบริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ปัจจุบัน KOMEHYO มี 8 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล บางนา เทอร์มินอล 21 พระราม 3 เจพาร์ค นิฮอนมูระ ศรีราชา เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ คิงสแควร์ คอมมูนิตี้ มอลล์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า พร้อม Buying Center ที่อาคารเซ็นทรัล ทาวเวอร์ สำหรับบริการรับซื้อสินค้า

