ทีทีบี มองเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสัญญาณดอกเบี้ยเฟด

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี  ประเมินค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 32.93 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินโลก

ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานในช่วงสองเดือนก่อนหน้ายังได้รับการปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง สะท้อนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคแรงงาน โดยเฉพาะภาคการผลิตที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566

ด้านอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% ส่วนค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านค่าจ้างที่ยังคงมีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับภาคการผลิตของสหรัฐฯ ดัชนี ISM Manufacturing PMI เดือนสิงหาคมปรับลดลงสู่ระดับ 54.6 จาก 55.6 ในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่ตลาดประเมินไว้ จากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ภาคบริการยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยดัชนี ISM Services PMI ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.4 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ จากแรงหนุนของกิจกรรมทางธุรกิจและคำสั่งซื้อใหม่ที่ขยายตัวแข็งแกร่ง พร้อมกันนี้ ดัชนีราคาสินค้าในภาคบริการยังปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 สะท้อนความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังต้องติดตาม

ในด้านนโยบายการเงิน เจ้าหน้าที่เฟด ยังคงส่งสัญญาณดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง โดยนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการเฟด ระบุว่า การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกันยายนยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสม หากเงินเฟ้อชะลอตัวลงตามคาดการณ์ แต่ยังไม่ปิดโอกาสต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากแรงกดดันด้านราคาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขานิวยอร์ก มองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม และการตัดสินใจในระยะข้างหน้าจะยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศออกมา

ขณะที่การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างผันผวน โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์แตะระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟด อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับแรงกดดันจากราคาทองคำโลกที่ปรับตัวลดลง และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าผ่านระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงกลางสัปดาห์ ตามทิศทางการแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่นและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ที่ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก่อนจะกลับมาอ่อนค่าระยะสั้นภายหลังการประกาศตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด และทยอยปรับฐานในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ทีทีบีมองว่าทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้นยังคงขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ การสื่อสารนโยบายของเฟด รวมถึงทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเงินเคลื่อนไหวผันผวนต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของเดือนนี้