ทรู เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ เรทติ้ง A+ แนวโน้มบวก ชูดอกเบี้ยคงที่ 2.15 – 3.45% ต่อปี ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง พร้อมรองรับการเติบโตระยะยาว คาดเปิดจองซื้อ 30 – 31 ก.ค. และ 3 ส.ค. 69

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำโทรคมนาคมเทคโนโลยีของไทย เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่แก่ผู้ลงทุนทั่วไป จำนวน 4 ชุด อายุระหว่าง 3 – 10 ปี พร้อมอัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.15 – 3.45]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่มองหาทางเลือกการลงทุนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จากบริษัทชั้นนำที่มีพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ โดยทริสเรทติ้งได้จัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ชุดใหม่ของทรูที่ระดับ “A+” พร้อมแนวโน้มเครดิตองค์กร “บวก (Positive)” เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อสถานะผู้นำทางการตลาด ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

นอกจากนี้ ทรูยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 1% บริษัทที่มีความยั่งยืนที่สุดของโลกจาก S&P Global ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ตามรายงาน Sustainability Yearbook 2026 ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจบนรากฐานของความแข็งแกร่งทางการเงิน ความรับผิดชอบ และการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 – 31 กรกฎาคม และวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารยูโอบี บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส รวมถึงช่องทางดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ของทรู ยังคงสะท้อนทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท นับเป็นการทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย ส่งผลให้ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความสามารถในการทำกำไร และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
 

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพเครือข่ายให้ครอบคลุม มีความเสถียรสูงสุด และรองรับการเติบโตของการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับการบริหารเครือข่าย และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าในทุกมิติ ซึ่งความมุ่งมั่นดังกล่าว ประกอบกับผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและวินัยทางการเงินที่เคร่งครัด ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำฐานะทางการเงินที่มั่นคง อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
 

อันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ และหุ้นกู้ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับที่ระดับ “A+” พร้อมแนวโน้มเครดิต “บวก (Positive)” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สะท้อนถึงสถานะผู้นำทางการตลาดของทรู (market position) โดยมีจุดแข็งจากโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ชุดคลื่นความถี่ที่หลากหลาย และชื่อแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือ รวมถึงปัจจัยบวกจากประโยชน์ของการควบรวม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
 

หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (โดยให้บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันจองซื้อในฐานะผู้ลงทุนทั่วไปเท่านั้น) (Public Offering) จำนวน 4 ชุด โดยมีอายุหุ้นกู้ให้เลือกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 10 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ชำระดอกเบี้ยคงที่ทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 – 31 กรกฎาคม และวันที่ 3 สิงหาคม 2569 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุดที่เสนอขาย มีรายละเอียดดังนี้

  • หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.15 – 2.40]% ต่อปี
  • หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.50 – 2.75]% ต่อปี
  • หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.00 – 3.25]% ต่อปี
  • หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.20 – 3.45]% ต่อปี และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดได้ตั้งแต่หุ้นกู้อายุครบปีที่ 5 เป็นต้นไป
     

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวน ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร. 1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปBangkok Bank Mobile Banking
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02 888 8888 กด 869 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 777 6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 626 7777 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป CIMB Thai
  • ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 285 1555
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02 680 4004
  • บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02 165 5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet สามารถศึกษาเพิ่มเติมถึงรายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการสมัคร TrueMoney Wallet Application และวิธีการจองซื้อ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.truemoney.com หรือติดต่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด โทร. 1240 กด 6