“ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท” หรือ “CPNREIT” โชว์ศักยภาพผลงานไตรมาส 1/2569 ทำรายได้รวม 1,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,076.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY เติบโตโดดเด่นในทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมรับอานิสงส์บริหารสินทรัพย์เชิงรุกและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ยอดทราฟฟิกเฉลี่ยพุ่งสู่ระดับ 95% ของช่วงปกติ หนุนอัตราเช่าพื้นที่แตะ 94% พร้อมประกาศจ่ายปันผล 0.2800 บาทต่อหน่วย รับยีลด์แตะ 9.7%
นางสาวปัทมิกา พงศ์สูรย์มาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ CPNREIT เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 (มกราคม – มีนาคม) ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) สามารถทำรายได้รวม 1,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิทำได้ 1,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสินทรัพย์เชิงรุกและการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ
สำหรับ ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.) ธุรกิจศูนย์การค้า มีรายได้ค่าเช่าและบริการ 1,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY จากการรับรู้รายได้ตามสัญญาใหม่ของเซ็นทรัล พระราม 2 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ทำให้มีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้น 10,845 ตารางเมตร ประกอบกับการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ภายหลังการปรับปรุงพื้นที่แล้วเสร็จ 2.) ธุรกิจอาคารสำนักงาน มีรายได้ค่าเช่าและบริการ 262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส ที่มีผู้เช่าเพิ่มขึ้น และ 3.) ธุรกิจโรงแรม มีรายได้ค่าเช่าจำนวน 107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY จากผลงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมฮิลตัน พัทยา
โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 CPNREIT มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์รวม 94,592 ล้านบาท และยังคงรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ทั้งกลุ่มศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานเฉลี่ยในระดับสูงถึง 94% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการจัดหาผู้เช่ารายใหม่เข้ามาในหลายโครงการ อาทิ เซ็นทรัล พัทยา, อาคารสำนักงานปิ่นเกล้า ทาวเวอร์เอและบี และอาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส รวมถึงการมีอัตราการเช่าพื้นทื่ที่เพิ่มขึ้นของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ภายหลังการปรับปรุงพื้นที่เฟส 1 และเฟส 2 แล้วเสร็จ นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้บริการในศูนย์การค้า (Shopper Traffic) พุ่งสูงขึ้นถึง 95% เมื่อเทียบกับช่วงสถานการณ์ปกติและสูงกว่า YoY ที่ทำได้ 88% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักในช่วงต้นปี ด้านโรงแรมฮิลตัน พัทยา มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 93%
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและเพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหน่วยทรัสต์ กองทรัสต์ฯ ได้พิจารณาจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากผลการดําเนินงานในไตรมาส 1/2569 ที่อัตรา 0.2800 บาทต่อหน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (yield) ที่ 9.7% (คำนวณจากราคาปิด 11.40 บาทต่อหน่วย ณ 31 มีนาคม 2569) โดยมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ (Book Closing) ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 และจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569
นางสาวปัทมิกา กล่าวเพิ่มว่า ในไตรมาส 1/2569 กองทรัสต์ฯ ได้ออกหุ้นกู้จำนวน 2 ชุด มูลค่าตราไว้รวม 2,500 ล้านบาท ประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 5 ปี มูลค่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked debenture) ครบกำหนดไถ่ถอนเดือนมีนาคม 2574 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.29 ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 1 ปี มูลค่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหุ้นกู้ประเภทไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย (Zero-Coupon Bond) ครบกำหนดไถ่ถอนเดือนมีนาคม 2570 อัตราดอกเบี้ยคิดลดร้อยละ 1.50 ต่อปี โดยจะเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน (PP-II) เพื่อชำระคืนหนี้หุ้นกู้ที่ครบกำหนดอายุ สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อันดับ “A+” และแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable”
ส่วนแผนการดำเนินงานในปีนี้ CPNREIT มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างรายได้และการดำเนินงานของสินทรัพย์ที่ CPNREIT ลงทุนอยู่ในปัจจุบัน และยังคงเดินหน้าตามแผนการขยายขนาดสินทรัพย์ให้เติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2575 ผ่านการคัดสรรสินทรัพย์คุณภาพเข้าสู่พอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์
ปัจจุบัน CPNREIT เป็นเจ้าของและผู้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ ประกอบด้วย ศูนย์การค้าจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล พระราม 3, เซ็นทรัล พัทยา, เซ็นทรัล มารีนา และเซ็นทรัล ลำปาง, อาคารสำนักงาน 4 แห่ง ได้แก่ ปิ่นเกล้า ทาวเวอร์ เอ และ บี, เดอะไนน์ ทาวเวอร์ส และอาร์ เฮ้าส์ (เดิมชื่อ ยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์) และโรงแรม 1 แห่ง ได้แก่ ฮิลตัน พัทยา ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลเชิงยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศ

