ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงวันที่ 16–22 มีนาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 32.23 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10–33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ตลอดทั้งสัปดาห์นี้
ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อน โดยแตะระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่งผลต่อค่าเงินในลักษณะที่จำกัด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่ากองทัพสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการโจมตีกำลังพลบนเกาะคาร์กของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านการส่งออกพลังงาน แม้กองทัพสหรัฐฯ จะมีศักยภาพในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการโจมตีดังกล่าว พร้อมกันนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ระบุเตือนว่าอาจพิจารณามาตรการทางทหารเพิ่มเติม หากมีความพยายามขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ในส่วนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เตรียมเริ่มกระบวนการไต่สวนประเทศคู่ค้ามากกว่า 10 ประเทศ ภายใต้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี พ.ศ. 2517 จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม การไต่สวนดังกล่าวครอบคลุมกลุ่มประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของมาตรการทางการค้าในระยะถัดไป
นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการผ่อนผันชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่ออนุญาตให้มีการจัดซื้อน้ำมันดิบจากสหพันธรัฐรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล ทำให้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันรวมกว่า 19 ล้านบาร์เรล รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นอีกประมาณ 310,000 ตัน บนเรือขนส่ง 30 ลำ สามารถเข้าสู่ตลาดได้ แม้ยังมีมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องอยู่ก็ตาม
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดสะท้อนสัญญาณแบบผสมผสาน โดยข้อมูลจริงทางเศรษฐกิจ (Hard Data) เช่น ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 รอบปรับปรุง ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกุมภาพันธ์ และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมกราคม ออกมาตรงตามประมาณการ ในทางกลับกัน ข้อมูลจากผลสำรวจความคิดเห็น (Soft Data) ปรับตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า

