ทีเส็บ แถลงวิสัยทัศน์เพื่อติดปีกให้ประเทศไทยในระยะ 3 – 5 ปี พร้อมเน้นความยั่งยืน และสร้างระบบนิเวศของ MICE

ทีเส็บ แถลงวิสัยทัศน์มุ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวและสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขขันให้กับประเทศ ไทยโดยมุ่งเน้นการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ นวัตกรรม และการกำหนดนโยบายในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ไม่ใช่แค่เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเท่านั้น พร้อมเน้นความยั่งยืนและการสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรมซ์

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ กรรมการ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ แถลงวิสัยทัศน์ในระยะ 3 – 5 ปีขององค์กรว่า

“ทีเส็บ กำลังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ โดยมุ่งเน้นการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ นวัตกรรม และการกำหนดนโยบายในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ไม่ใช่แค่เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเท่านั้น”

ทั้งนี้ ทิศทางยุทธศาสตร์ของ ทีเส็บ ภายใต้การนำของ ดร.ศุภวรรณ นั้นจะโฟกัสกับมิติต่างๆ ดังนี้

การมุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) โดยจะส่งเสริมการจัดงานในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี, สังคมสูงวัย (Aging Society), ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security), และการแพทย์และสุขภาพ (Medical Wellness) ซึ่งเป็นสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพและเป็นผู้นำอยู่แล้ว พร้อาผลักดันประเทศไทยให้เป็น “เกตเวย์” สำหรับภูมิภาคอาเซียนในการดึงดูดงานระดับนานาชาติและนักลงทุน
รุกชูบทบาทของอุตสาหกรร MICE ที่เหนือกว่าการท่องเที่ยว ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักของนักเดินทางกลุ่ม MICE คือการเจรจาธุรกิจ การสร้างเครือข่าย และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งนำไปสู่การเกิดธุรกิจใหม่ มาตรการระดับโลก และการลงทุน โดยมีการจับจ่ายใช้สอยด้านการท่องเที่ยว (เช่น ที่พัก, อาหาร, ของฝาก ฯลฯ) เป็นผลพลอยได้จากการทำธุรกิจ ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการเดินทาง
เดินคู่ทั้งกลยุทธ์ “Outside-in” และ “Inside-out”: กล่าวคือ 1) Outside-in: ดึงงานและผู้เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศไทย เพื่อนำองค์ความรู้และเครือข่ายสากลมาสู่ประเทศ 2) Inside-out: สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทั้งภาครัฐและเอกชนสร้างสรรค์และจัดงานของตนเอง โดยเชิญชวนนานาชาติเข้าร่วม เพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาองค์ความรู้และการสร้างเครือข่ายจากภายใน
การพัฒนาเมืองไมซ์และศักยภาพในภูมิภาค ด้วยการกระจายศักยภาพการจัดงานไมซ์จากเมืองใหญ่ไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและลดการกระจุกตัว โดยปัจจุบันประเทศไทยมี 10 “เมืองไมซ์ซิตี้” ที่ได้รับการประเมินความพร้อม (เชียงใหม่, พิษณุโลก, กรุงเทพฯ, พัทยา, โคราช, อุดรธานี, ขอนแก่น, ภูเก็ต, สงขลา, สมุย/สุราษฎร์ธานี) และมีแผนจะเพิ่มเมืองรองอื่นๆ อีกในอนาคต เช่น จันทบุรี, ระยอง, กาญจนบุรี, เชียงราย, บุรีรัมย์, นครพนม, สกลนคร, อุบลราชธานี
• เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย การเชื่อมโยงการเดินทาง (Connectivity) และการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่
ความยั่งยืนและการตอบรับเทรนด์โลก (Sustainability / ESG) โดยในปี 2569 งานที่ สสปน. ให้การสนับสนุนทั้งหมดจะต้องเป็น “งานอีเวนต์ที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” (Neutral Carbon Event) โดยร่วมมือกับหน่วยงานอย่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และ อบก.
การผลักดันให้ผู้ประกอบการไมซ์และสถานที่จัดงานหันมาใช้แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Policy) เนื่องจากลูกค้าจากต่างประเทศให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากขึ้น
การพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรม MICE (MICE Ecosystem) และผู้ประกอบการในพื้นที่ ด้วยการสร้างและพัฒนาผู้ให้บริการไมซ์ในพื้นที่ต่างๆ ให้มีศักยภาพ เพื่อลดการพึ่งพาผู้ให้บริการจากส่วนกลางและสร้างรายได้ให้กับคนท้องถิ่นร่วมมือกับแพลตฟอร์มอย่าง SkillLane เพื่อสร้างฐานข้อมูลและเชื่อมโยงฟรีแลนซ์/ผู้ประกอบการรายย่อยในอุตสาหกรรมไมซ์เข้ากับโอกาสทางธุรกิจจากงานภาครัฐและเอกชน
• การสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการสื่อสารและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ในวงกว้าง เพื่อเพิ่มความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ