SPC ร่วมเวทีบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Towards a Transformed Thai Economy” เผยภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย พร้อมโชว์เทคโนโลยี AI นวัตกรรมสุดล้ำ ในงาน FTI EXPO 2025 พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยและเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเวทีโลก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Towards a Transformed Thai Economy” ในงาน FTI EXPO 2025 โดยกล่าว เน้นย้ำถึงภาคอุตสาหกรรมไทยที่ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายปัจจัย อาทิ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์โลก ภาวะโลกร้อน และโครงสร้างประชากร พร้อมเสนอแนวทางปรับตัวผ่านการลงทุน ในนวัตกรรมเทคโนโลยี AI และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเติบโตเพียงร้อยละ 3 นับเป็นความท้าทายสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนาม ที่มีส่วนแบ่งการตลาดด้านการส่งออกและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น และมีการย้ายฐานการผลิตไปยังเวียดนามมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมี 4 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ได้แก่
1. เทคโนโลยีและนวัตกรรม ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 41 ด้านนวัตกรรมของโลก จะเห็นได้ว่าบริษัทชั้นนำยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนในเรื่องของวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เกิดขึ้น และหลังจากนี้แนวโน้มขององค์กรใหญ่จะไม่เน้นการบริหารคนเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการบริหารคนร่วมกับ AI มากขึ้น
2. ภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ สงครามการค้าโลก และมาตรการกีดกันทางภาษีจากสหรัฐฯ รวมถึงการระบายสินค้าราคาถูกจากประเทศจีนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง
3. ภาวะโลกร้อน ความเข้มข้นของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรป ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรมที่มีการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ
4. สังคมผู้สูงอายุ ไทยเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยก่อนที่จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ส่งผลต่อโครงสร้างแรงงานและภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ
“ทั้งหมดนี้ เป็นความท้าทายในการปรับโครงสร้างของภาคอุตสาหกรรมไทย และไม่อาจปล่อยให้กลไกของหน่วยงานภาครัฐเพียงหน่วยงานเดียวเป็นเจ้าภาพในการรับผิดชอบได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันและต้องอาศัยหน่วยงานเฉพาะกิจที่จะเข้ามาสะสางในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยสามารถหาแนวร่วมจากภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้ที่ทราบว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังขาดทักษะในเรื่องใด รวมถึงการปรับระบบการส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยนำเครื่องมือในการส่งเสริมการลงทุนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน นำอุตสาหกรรมใหม่มาต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมมุ่งสู่อุตสาหกรรม S – Curve เน้นเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นหลัก เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ SPC ได้เร่งปรับกลยุทธ์องค์กร โดยมุ่งสู่การดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมีโครงการสำคัญ ได้แก่ – รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า เดินหน้าพัฒนาโลจิสติกส์สีเขียว โดยเริ่มนำร่องใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า 100% วิ่งเส้นทางระหว่างศูนย์กระจายสินค้าไปสู่ร้านค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมปูทางสู่โลจิสติกส์ที่ยั่งยืน- โครงการ Care the Whale ขยะล่องหน @ชุมชน ความร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และพันธมิตร สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับสังคมไทย ด้วยการรณรงค์ให้ชุมชนร่วมแยกขยะและนำมาแลกสินค้า ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน- โครงการ Green Please by SPC ถูกจุดประกายการจากภายในองค์กรสู่สังคม ก่อให้เกิดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนักรู้ในองค์กร แต่ยังขยายผลไปสู่ชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งขับเคลื่อนการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลน เพิ่มพื้นที่สีเขียว เสริมเกราะป้องกันระบบนิเวศ เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติให้คนรุ่นหลัง
นอกจาก SPC จะปรับตัวธุรกิจสำหรับอนาคตแล้ว ยังมีบริษัทในเครือสหพัฒน์ที่ปรับธุรกิจสู่ อุตสาหกรรมอนาคต ผ่านการลงทุนและความร่วมมือระดับนานาชาติ ครอบคลุม เทคโนโลยีอุตสาหกรรม สุขภาพ และโลจิสติกส์ โดยมีโครงการสำคัญดังนี้- ร่วมทุนกับ ‘Zhen Ding Tech’ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ปักหมุดสร้างโรงงาน PCB ในไทย ณ สวนอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี พัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต – ขยายช่องทางค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ โดยลงนาม MOU ร่วมกับ ‘LALASTATIONS’ ผู้นำในธุรกิจไลฟ์คอมเมิร์ซ (Live Commerce) ครบวงจรจากเกาหลี เพื่อพัฒนาไลฟ์คอมเมิร์ซแพลตฟอร์มแรกของไทย พร้อมทั้งยกระดับธุรกิจ สู่ตลาดอินเตอร์- ลงนาม MOU กับ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในการพัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร- ลงนาม MOU กับ QUARK BIO นำเทคโนโลยีเกี่ยวกับรหัสพันธุกรรมเพื่อนำมาสู่การดูแลและรักษาโรคให้กับผู้สูงอายุได้แม่นยำยิ่งขึ้น- ลงนาม MOU กับ SkyDrive ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าทางอากาศ – ลงนาม MOU กับ DHL Express ลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งด่วนทางอากาศ ด้วยเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน